วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

[ [ ครู ] ]





ครู คือบุคคลที่มีหน้าที่ หรือมีอาชีพในการสอนนักเรียน เกี่ยวกับวิชาความรู้หลักการคิดการอ่าน รวมถึงการปฏิบัติและแนวทางในการทำงาน โดยวิธีในการสอนจะแตกต่างกันออกไปโดยคำนึงถึงพื้นฐานความรู้ ความสามารถและเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคน ปัจจุบันบุคคลที่จะทำอาชีพนี้จะต้องได้ใบประกอบวิชาชีพครูด้วยคล้ายๆกับหมอแล้วครับ


คำว่า “ครู” มาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต “คุรุ” และภาษาบาลี “ครุ, คุรุ”ครูในระดับอุดมศึกษา


ผู้สอนในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือระดับอุดมศึกษา จะมีตำแหน่ง อาจารย์โดยอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ได้แก่ อาจารย์ (อ.), ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.),รองศาสตราจารย์ (รศ.) และ ศาสตราจารย์ (ศ.) ตามลำดับ การได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา


ตำแหน่งครู คือบุคคลที่ทำหน้าช่วยสอน สอนทบทวน สอนภาคปฏิบัติแตกต่างจากอาจารย์ที่ สอนภาคบรรยาย


ครูใหญ่

ครูที่ทำหน้าที่ดูแลระบบทั้งโรงเรียนจะเรียกว่า ครูใหญ่ ซึ่งคล้ายคลึงกับคณบดีหรืออธิการบดี ในระดับอุดมศึกษา โดยหน้าที่ของครูใหญ่มักจะทำหน้าที่ดูแลระบบการจัดการของโรงเรียนมากกว่าการสอนในห้องเรียน ต่อมาเป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา มีทั้งครูใหญ่…, อาจารย์ใหญ่…, ผู้อำนวยการ… ณ ปัจจุบันใช้”ผู้อำนวยการสถานศึกษา” เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียน…, ผู้อำนวยการวิทยาลัย…ทำหน้าที่บริหารสถานศึกษา แต่ต้องมีชั่วโมงปฏิบัติการสอนอย่างน้อย 5 ชั่วโมง / สัปดาห์


จรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539

1.ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริมให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า

2.ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัย ที่ถูกต้องดีงาม ให้เกิดแก่ศิษย์ อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ

3.ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ

4.ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์

5.ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ให้ศิษย์กระทำการใด ๆ อันเป็นการหาผลประโยชน์ ให้แก่ตนโดยมิชอบ

6.ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งทางด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทาง
วิทยาการ เศรษฐกิจสังคมและการเมืองอยู่เสมอ

7.ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกที่ดีต่อองค์กรวิชาชีพครู

8.ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์

9.ครูพึงประพฤติ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทย

ครุศาสตร์

คณะครุศาสตร์ (Faculty of Education)
มีภาควิชาซึ่งรับผิดชอบในการเปิดสอนหลักสูตรต่างๆ 4 ภาควิชา คือ
ภาควิชาหลักสูตรการสอนและเทคโนโลยีการศึกษา (Curriculum Instruction and Educational Technology )
ภาควิชาศิลปะดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา (Art, Music and Dance Education)
ภาควิชานโยบายการจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา (Educational Policy, Management, and Leadership)
ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา (Educational Research and Psychology)


ก่อนอื่นก็ขอบอกก่อนว่า คณะเรา ชื่อว่าคณะครุศาสตร์นะคะ ไม่ใช่คุรุ ค่ะ ครุ - แปลว่าหนัก 555555 ก็คงจะหนักค่ะ สำหรับบางคน คณะเราจะได้ชื่อว่าเป็นคณะครุศาสตร์และการรายงาน เพราะรายงานจะเยอะมาก การเรียนก็คล้ายมัธยมอยู่บ้าง มีการเช็คชื่อเข้าเรียน แอบโหดนะเนี่ย แต่สนุกค่ะ ได้ความรู้หลายด้าน (เรียนไปทั่ว) จะหนักสุดก็ตอนฝึกสอนล่ะคะ ยังดีที่ของรุ่นพี่นั่น ฝึกแค่ 1 เทอม แต่รุ่นหลังๆเนี่ย อาจจะ 1 ปีนะคะ (ไม่แน่ใจ) แต่สนุกดีค่ะ ทำให้เราได้รู้ว่าเราจะเหมาะที่เป็นครูหรือไม่ เอาเป็นว่าเรียนที่คณะนี้ไม่หนักหรอกค่ะ สบายๆ ไม่เครียดเท่าไหร่ ลองมาดูตอนหางานนี่เครียดกว่าตั้งเยอะค่ะ

ครุศาสตร์ ชื่อก็บอกว่าเรียนและค้นคว้าให้หนัก เพื่อจบไปจะได้เป็นครูที่มีความพร้อมที่จะสอนนักเรียน แต่หนักอย่างไรก็เป็นสิ่งที่มีความสุขเพราะเหมือนเรากำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์เป็นทุนรอนสำหรับวันข้างหน้า เป็นครูต้องศึกษาหาความรู้ตลอดเวลาไม่ใช่จบได้ปริญญาแล้วจบการศึกษา เรียนคณะนี้จะได้เตรียมพร้อมที่จะนำนักเรียนให้เป็นผู้สนใจใฝ่หาความรู้ เป็นศาสตร์ซึ่งมีแต่ความดีงามและความภาคภูมิใจ ถ้าอยากเรียนสอบให้ได้นะน้อง เวลาฝึกสอนจะรู้สึกดีมากๆ ถ้าสิ่งที่เราสอนนักเรียนสามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง

คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่

ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา

ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย

ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา

Bachelor of Education Program in Mathematics

ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมศึกษา

ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์

ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประถมศึกษา

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรกรรม

คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง

คณะศึกษาศาสตร์ เปิดสอน 3 สาขาวิชา
1. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์
1.1 หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) ประกอบด้วย
1. ภาษาไทย
2. ภาษาอังกฤษ
3. ภาษาฝรั่งเศส
4. สังคมศึกษา
5. วิทยาศาสตร์
6. คณิตศาสตร์
7. การประถมศึกษา
8. การปฐมวัยศึกษา
9. ธุรกิจศึกษา
10. ศิลปศึกษา
11. ภาษาจีน
12. พลศึกษา
13. คหกรรมศาสตร์

1.2 หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี) ประกอบด้วย
1. คหกรรมศาสตร์
2. การเป็นผู้นำและการบริหารจัดการนันทนาการ

1.3 หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี)
1. คหกรรมศาสตร์
2. การเป็นผู้นำและการบริหารจัดการนันทนาการ
2. สาขาจิตวิทยา
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี)
1. จิตวิทยาสังคม
2. จิตวิทยาการให้การปรึกษา
3. จิตวิทยาคลินิกและชุมชน
4. จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ
5. จิตวิทยาพัฒนาการ

3. สาขาภูมิศาสตร์
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี)
1. ภูมิศาสตร์

คณะศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร

หลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี

- สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา Educational Technology and Communications

หลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี - สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา Computer Education
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา แขนงวิชาคณิตศาสตร์) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา แขนงวิชาเคมี) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา แขนงวิชาชีววิทยา) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา แขนงวิชาฟิสิกส์) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา แขนงวิชาพัฒนาสังคม) และหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา แขนงวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา 5 ปี แขนงวิชาพลานามัย

คณะศึกษาศาสตร์ ม.บูรพา

หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) หลักสูตร 5 ปี

- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนคณิตศาสตร์
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนภาษาไทย
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
-
หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนชีววิทยา
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนเคมี
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนภาษาจีน
-
หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนสุขศึกษาและพลศึกษา
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนชีววิทยา
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนเคมี
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนภาษาจีน
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนสุขศึกษาและพลศึกษา
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนภาษาญี่ปุ่น
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนดุริยางคศึกษา
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนดุริยางคศึกษา
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนฟิสิกส์
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนดุริยางคศึกษา
-
หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนฟิสิกส์
- หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาการสอนวิทยาศาสตร์ทั่วไป

หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี

-
สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
- สาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์

หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) หลักสูตรต่อเนื่อง
-
สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
- สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมศึกษา
- สาขาวิชาดุริยางคศึกษา

คณะศึกษาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต มี 6 หลักสูตร
1. ศษ.บ. (ธุรกิจศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการและหลักธุรกิจศึกษา การศึกษาหลักสูตรธุรกิจศึกษา หลักและพื้นฐานทางธุรกิจ วิธีการสอนวิชาธุรกิจพื้นฐาน กระบวนความรู้ทางธุรกิจและสำหรับครูธุรกิจ หลักและการจัดการธุรกิจตลอดจนกฎหมาย หลักการตลาดและเศรษฐศาสตร์ การบริหารงานธุรการและสำนักงานอัตโนมัติ โครงการทางธุรกิจ ตลอดจนหลักการบัญชีและการใช้อุปกรณ์สำนักงาน

ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพเป็นครู-อาจารย์ อาชีพอิสระทางการค้าและธุรกิจ เป็นต้น

2. ศษ.บ. (เกษตรและสิ่งแวดล้อมศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาในวิชาชีพออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มแรกเป็นเนื้อหาทางด้านวิชาชีพครู ซึ่งเรียนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทางการเรียนการสอนเกษตรและสิ่งแวดล้อมทั้งในและนอกระบบโรงเรียน การจัดทำหลักสูตร การวิจัย การศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและสิ่งแวดล้อมรวมถึงการฝึกปฏิบัติงานจริงในภาคสนาม และเนื้อหาอีกส่วนหนึ่งเป็นเนื้อหาทางด้านการเกษตรในสาขาต่างๆ ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมด้วย

ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการครู นักวิชาการเกษตรและสิ่งแวดล้อม พนักงานรัฐวิสาหกิจหรืออาจเข้าทำงานในหน่วยงาน NGO และบริษัทเอกชน ตลอดจนสามารถประกอบอาชีพอิสระเป็นของตนเองได้ด้วยความมั่นใจ

3. ศษ.บ. (การสอนคณิตศาสตร์) ศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรคณิตศาสตร์ หลักและการสอนคณิตศาสตร์ จิตวิทยาการวัดและประเมินผล หลักการและโครงสร้างของคณิตศาสตร์ สถิติและคอมพิวเตอร์

ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพครูคณิตศาสตร์ หรือนักคณิตศาสตร์ สถิติ นักวิจัย เป็นต้น


4. ศษ.บ. (การสอนวิทยาศาสตร์) มี 6 สาขาวิชาเอก คือ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ศึกษาเกี่ยวกับวิชาการศึกษา หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน การสังเกต และการฝึกปฏิบัติงานครู และการฝึกสอน ในวิชาวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ

ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพเป็นครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นักวิชาการศึกษาปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษา และสถาบันที่เกี่ยวกับการศึกษา ในระดับโรงเรียนและระดับวิทยาลัย หรือเป็นผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์ หรือทำงานด้านคอมพิวเตอร์ทั้งในภาครัฐ และเอกชน เป็นต้น

5. ศษ.บ. (สุขศึกษา) ศึกษาวิชาทางสุขศึกษา พฤติกรรมศาสตร์ และวิชาการศึกษา มีการฝึกสอนในโรงเรียน

ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถเป็นครูสุขศึกษา และนักสุขศึกษาในชุมชน สถานพยาบาล เป็นผู้นำในศูนย์สุขภาพ ทั้งในภาครัฐและเอกชน หรือประกอบอาชีพส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เป็นต้น

6. ศษ.บ. (พลศึกษา)เปิดสอนที่สุพรรณบุรี

ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต มี 2 หลักสูตร

1. ศศ.บ. (ศึกษาศาสตร์-คหกรรมศาสตร์) ศึกษาวิชาทางคหกรรมศาสตร์ วัสดุและอุปกรณ์ในการสอน หลักโภชนาการ การสุขาภิบาลอาหาร ศิลปะ พัฒนาเด็กและชุมชน การบริหารและการจัดการทางคหกรรมศาสตร์ หลักการตบแต่งภายใน การเลือกและการเตรียมอาหาร การสัมมนาและการฝึกอบรมทางคหกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ในครอบครัว โภชนาการทั่วไป และวิชาการศึกษา มีการฝึกสอนในโรงเรียน ฝึกงานในสถานประกอบการต่างๆ

ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถเป็นครูคหกรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตร พัฒนากร งานบริการอาหารในสถาบัน ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม และเจ้าของกิจการในสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์เป็นต้น

2. ศศ.บ. (ศึกษาศาสตร์-พลศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับพื้นฐานการเคลื่อนไหว การป้องกันอุบัติเหตุทางกีฬา นันทนาการ เกม และการจัดค่ายพักแรม การวัดและการประเมินผลทางพลศึกษา การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การจัดการแข่งขัน และทักษะกีฬาประเภทต่างๆ

ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต มี 4 หลักสูตร

1. วท.บ. (ศึกษาศาสตร์-พลศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับพื้นฐานการเคลื่อนไหว วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวสรีรวิทยา การออกกำลังกาย การวัดและประเมินผลทางพลศึกษา การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การจัดการแข่งขันกีฬา และทักษะกีฬาประเภทต่างๆ ศึกษาศาสตร์-พลศึกษา ทั้ง 2 หลักสูตร มีการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในโรงเรียน การฝึกงานกิจกรรมค่ายพักแรม การเป็นผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่ทางกีฬาการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถเป็นครูพลศึกษา ผู้ฝึกสอนกีฬาทั้งในภาครัฐ และเอกชน หรือประกอบอาชีพส่วนตัว

2. วท.บ. (ศึกษาศาสตร์-เกษตร) ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาทางวิชาชีพแยกออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เป็นเนื้อหาทางด้านวิชาชีพครูซึ่งเรียนเกี่ยวกับวิธีการสอน การประเมินผล จิตวิทยาการศึกษา การวิจัยทางการศึกษา รวมถึงการฝึกปฏิบัติงานจริงในภาคสนาม อีกส่วนหนึ่งเป็นเนื้อหาทางด้านวิชาชีพเกษตรในสาขาต่างๆ เช่น สาขาพืชสวน พืชไร่ โรคพืช กีฏวิทยา ปฐมพีวิทยา และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทางการเกษตร

ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถเป็นครูเกษตร นักวิชาการเกษตร พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรืออาจสอบเข้าเป็นพนักงานบริษัทที่ทำธุรกิจทางการเกษตรและเกี่ยวข้อง นอกเหนือจากนี้บัณฑิตในสาขานี้ยังสามารถประกอบอาชีพอิสระของตนเองได้ด้วยความมั่นใจ

3. วท.บ. (วิทยาศาสตร์การกีฬา) เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตกระบี่ และวิทยาเขตสุพรรณบุรี เปิดสอนแบบภาคพิเศษ

4. วท.บ. (วิทยาศาสตร์การกีฬา) เปิดสอนที่สุพรรณบุรี

ปริญญาสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต
1. ส.บ. เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี
เปิดสอนแบบภาคพิเศษที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี มี 7 หลักสูตร
1. สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ศษ.บ.(เกษตรศาสตร์ )
2. สาขาวิชาพลศึกษา ศษ.บ.(พลศึกษา )
3. สาขาวิชาคหกรรมศาสตรศึกษา ศษ.บ.(คหกรรมศาสตรศึกษา )
4. สาขาวิชาสุขศึกษา ศษ.บ.(สุขศึกษา)
5. สาขาวิชาธุรกิจศึกษา ศษ.บ.(ธุรกิจศึกษา)
6. สาขาวิชาการสอนคณิตศาสตร์ ศษ.บ.(คณิตศาสตร์)
7. สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์ ศษ.บ. (ชีววิทยา)หรือ(เคมี)หรือ(ฟิสิกส์)หรือ(วิทยาศาสตร์ทั่วไป)

คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร

คณะศึกษาศาสตร์เริ่มเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2513 เป็นคณะวิชาลำดับที่ 6 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ในระยะก่อตั้งระหว่าง พ.ศ. 2513 - 2514 มีศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล (อธิการบดีของมหาวิทยาลัยศิลปากรในสมัยนั้น) เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งคณบดี ระยะแรกเปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิต วิชาเอก 4 สาขา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเปิดโรงเรียนสาธิต เพื่อประโยชน์สำหรับการฝึกสอนและฝึกปฏิบัติวิชาชีพของนักศึกษา

สาขาวิชาที่เปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิต
หลักสูตรการศึกษา 5 ปี
ศึกษาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาการประถมศึกษา
2. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
3. สาขาวิชาภาษาไทย
4. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
5. สาขาวิชาสังคมศึกษา
6. สาขาวิชาคณิตศาสตร์
7. สาขาวิชาเคมี
8. สาขาวิชาชีววิทยา
9. สาขาวิชาฟิสิกส์
10. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

หลักสูตรการศึกษา 4 ปี
ศึกษาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
2. สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีพ

ศิลปศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาจิตวิทยา

วิทยาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา

ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์
2. สาขาวิชาชีพครู


ระดับปริญญษมหาบัณฑิต
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
1. สาขาวิชาการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาต่อเนื่อง
2. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
3. สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ
4. สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ
5. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
6. สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
7. สาขาวิชาการสอนสังคม
8. สาขาวิชาพัฒนศึกษา
9. สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาพิเศษ

ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
1. สาขาวิชาจิตวิทยาชุมชนระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
1. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
2. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน

ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต
1. สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนามนุษย์

สีประจำคณะ สีน้ำเงิน

การวิจัยและบริการทางวิชาการ
คณะศึกษาศาสตร์มีโครงการพิเศษเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทยด้วยวิธีพิเศษ (โครงการสืบสานภาษาไทย) เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุครบ 3 รอบ คณะศึกษาศาสตร์จัดให้มีการบริการทางวิชาการแก่สังคมในรูปแบบต่างๆ อาทิ การประชุม สัมมนา การอบรม การบรรยายพิเศษ ฯลฯ นอกจากนี้คณะศึกษาศาสตร์ยังมีการจัดการเรียนการสอนในลักษณะโครงการพิเศษ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

เว็บไซท์ http://www.educ.su.ac.th

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2552

เมนูหน้าร้อนค่ะ น่าทานมั่กๆ

^ สตอเบอร์รี่ราดซอสไวท์ชอคโกแลต
เสิร์ฟกับไอศครีมวานิลลาเป็นของหวานคู่ครัวของฉันเอง หน้าร้อน นึกอะไรไม่ออก จะทำเมนูนี้ทาน เพราะว่าทำง่ายมากๆ แล้วก็ว่าอร่อยด้วย เพื่อนติดใจไปหลายคนแล้ววิธีทำคือ ต้มวีปครีมให้เดือด ยกออกจากเตา จากนั้นก็หักชอคโกแลตขาวลงไปคนๆจนละลายเข้ากันดี ก็ขูดผิวมะนาวเป็นเส้นยาวๆลงไป เราก็ได้ซอสแล้วจากนั้นก็มาล้างและหั่นสตอเบอร์รี่ให้เรียบร้อย บีบมะนาวลงไปพอให้มีรสเปรี้ยวนิดหน่อย
(ตามสูตรเดิมเขาผสมน้ำตาลด้วย)





^ สลัดกุ้งสดส้ม


เมนูนี้ดัดแปลงจากความชอบของตัวเองกับของเหลือในตู้เย็นวิธีทำก็ เอากุ้งสดมาผ่าทำความสะอาดให้เรียบร้อย คลุกผงปาปริก้า เกลือ แล้วก็เอิร์บต่างๆ เอาเข้าไมโครเวฟ โรยด้วยหอมแดงซอย วางลงบนส้มสดที่ฝานไว้และผักสลัดที่ราดด้วยน้ำมันมะกอกกับvinegar แค่นี้เอง เสร็จแล้ว









วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2552

^ ^ ชะอำ
























หาดชะอำจัดเป็นสถานที่ท่องเทียวชายทะเลที่มีชื่อเสียงของเมืองเพชรบุรีในปัจจุบันด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย หาดทรายยาวเหยียดที่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ มีที่พักและร้านอาหารมากมายหลายระดับให้เลือกตามอัธยาศัย ชะอำจึงเป็นจุดหมายปลายทางในหารตากอากาศของคนทุกระดับ ในช่วงเทศกาลวันหยุดบรรยากาศจึงค่อนข้างวุ่นวายสับสนเพราะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก ที่ตั้งและการเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรไปตาม ถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านพระนครคีรี อำเภอท่ายางแล้วเข้าแยกซ้ายมือที่ทางยกระดับบริเวณหุบกระพง (มีป้ายบอกชัดเจน) ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายมือเข้าชายหาดไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ประวัติ ชะอำเป็นแหล่งตากอากาศที่อยู่ใกล้กับหัวหินมากและมีความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกัน คือ ความรุ่งเรื่องเฟื่องฟูของหัวหินในฐานะเมืองตากอากาศชายทะเลของชนชั้นสูง เป็นสิ่งที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่นำโดย กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เริ่มแสวงหาแหล่งตากอากาศใหม่ที่มีความสงบและมีที่ว่างพอสำหรับการจับจองที่ดินชายหาดทะเล ชะอำซึ่งเป็นตำบลเล็กๆ ที่มีแต่หมู่บ้านชาวประมงจึงได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งผักผ่อนตากอากาศแห่งใหม่ อาณาเขตของชะอำส่วนที่พัฒนาโดยคณะกรรมการ อันที่กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงเป็นประธานร่วมด้วยกรมหมื่อนพิทยาลงกรณ์ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี และพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นอาทินั้น นับจากหมู่บ้านปากคลองชะอำไปจรดหมู่บ้านหนองแจงเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร เรียกว่าสหคามชะอำ มีการตัดถนนจากสถานีรถไฟมาจรดชายทะเลแล้วตัดถนนเลียบชายหาดจากปลายถนนนี้ออกไปทางซ้ายมือ (คือทิศเหนือ) จรดบ้านปากคลองชะอำ และทางขวามือ (คือทิศใต้) จรดบ้านหนองแจง ปัจจุบันตรงบริเวณสามแยกนี้เป็นที่ต้งของอนุสรณ์สถานกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และถนนสายที่ตัดจากสถานีรถไฟก็ชื่อว่า ถนนนราธิป เพื่อถวายพระเกียรติแด่อดีตผู้ใหญ่บ้านคนแรกของสหคามชะอำ สิ่งที่น่าสนใจ ชายหาดชะอำ ปัจจุบันมีบรรยากาศคล้ายคลึงกับหาดบางแสนในอดีต มีร้านค้าตลอดถนนเลียบชายหาดและโรงแรมที่พักต่างๆ มากมาย ส่วนบนหาดมีบริการเก้าอี้ผ้าใบและร่มกางหนาแน่นโดยตลอด รวมทั้งมีกิจกรรมทางน้ำ เช่น บานาน่าโบ๊ต เจ็ตสกี เป็นต้น สำหรับผู้ที่ต้องการความสงบควรไปเที่ยวชายหาดใกล้วัดเนรัญชราราม ที่ขึ้นปลาชาวบ้าน อยู่ที่ชายหาดระหว่าง ถนนหนองแจง กับบ้านพักปูนซีเมนต์ เป็นจุดเรือประมงขนาดเล็กของชาวบ้าน (เรือหางยาว) ซึ่งส่วนใหย๋เป็นเรือปูน้ำตื่นเข้าเทียบชายหาดเพื่อขนขึ้นฝั่ง วัดเนรัญธราราม อยู่ติดกับบ้านปากคลองชะอำ แต่เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์และได้รับการยกฐานะขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 นับเปนร่องรอยที่ทำให้เห็นถึงวันวานของหาดชะอำที่ถูกเรียกขานว่าฟองคลื่นศักดินาแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี สะพานปลา อยู่สุดชายหาดด้านเหนือใกล้กับวัดเนรัญธราราม มีเรือประมงจอดเรียงรายเป็นทัศนียภาพอันงดงามแปลกตา มีร้านอาหารอร่อย และของทะเลสดให้จับจ่ายได้ตามสะดวกตลอดวัน