ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต มี 6 หลักสูตร
1. ศษ.บ. (ธุรกิจศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการและหลักธุรกิจศึกษา การศึกษาหลักสูตรธุรกิจศึกษา หลักและพื้นฐานทางธุรกิจ วิธีการสอนวิชาธุรกิจพื้นฐาน กระบวนความรู้ทางธุรกิจและสำหรับครูธุรกิจ หลักและการจัดการธุรกิจตลอดจนกฎหมาย หลักการตลาดและเศรษฐศาสตร์ การบริหารงานธุรการและสำนักงานอัตโนมัติ โครงการทางธุรกิจ ตลอดจนหลักการบัญชีและการใช้อุปกรณ์สำนักงาน
ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพเป็นครู-อาจารย์ อาชีพอิสระทางการค้าและธุรกิจ เป็นต้น
2. ศษ.บ. (เกษตรและสิ่งแวดล้อมศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาในวิชาชีพออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มแรกเป็นเนื้อหาทางด้านวิชาชีพครู ซึ่งเรียนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทางการเรียนการสอนเกษตรและสิ่งแวดล้อมทั้งในและนอกระบบโรงเรียน การจัดทำหลักสูตร การวิจัย การศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและสิ่งแวดล้อมรวมถึงการฝึกปฏิบัติงานจริงในภาคสนาม และเนื้อหาอีกส่วนหนึ่งเป็นเนื้อหาทางด้านการเกษตรในสาขาต่างๆ ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมด้วย
ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการครู นักวิชาการเกษตรและสิ่งแวดล้อม พนักงานรัฐวิสาหกิจหรืออาจเข้าทำงานในหน่วยงาน NGO และบริษัทเอกชน ตลอดจนสามารถประกอบอาชีพอิสระเป็นของตนเองได้ด้วยความมั่นใจ
3. ศษ.บ. (การสอนคณิตศาสตร์) ศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรคณิตศาสตร์ หลักและการสอนคณิตศาสตร์ จิตวิทยาการวัดและประเมินผล หลักการและโครงสร้างของคณิตศาสตร์ สถิติและคอมพิวเตอร์
ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพครูคณิตศาสตร์ หรือนักคณิตศาสตร์ สถิติ นักวิจัย เป็นต้น
4. ศษ.บ. (การสอนวิทยาศาสตร์) มี 6 สาขาวิชาเอก คือ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ศึกษาเกี่ยวกับวิชาการศึกษา หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน การสังเกต และการฝึกปฏิบัติงานครู และการฝึกสอน ในวิชาวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ
ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพเป็นครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นักวิชาการศึกษาปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษา และสถาบันที่เกี่ยวกับการศึกษา ในระดับโรงเรียนและระดับวิทยาลัย หรือเป็นผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์ หรือทำงานด้านคอมพิวเตอร์ทั้งในภาครัฐ และเอกชน เป็นต้น
5. ศษ.บ. (สุขศึกษา) ศึกษาวิชาทางสุขศึกษา พฤติกรรมศาสตร์ และวิชาการศึกษา มีการฝึกสอนในโรงเรียน
ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถเป็นครูสุขศึกษา และนักสุขศึกษาในชุมชน สถานพยาบาล เป็นผู้นำในศูนย์สุขภาพ ทั้งในภาครัฐและเอกชน หรือประกอบอาชีพส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เป็นต้น
6. ศษ.บ. (พลศึกษา)เปิดสอนที่สุพรรณบุรี
ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต มี 2 หลักสูตร
1. ศศ.บ. (ศึกษาศาสตร์-คหกรรมศาสตร์) ศึกษาวิชาทางคหกรรมศาสตร์ วัสดุและอุปกรณ์ในการสอน หลักโภชนาการ การสุขาภิบาลอาหาร ศิลปะ พัฒนาเด็กและชุมชน การบริหารและการจัดการทางคหกรรมศาสตร์ หลักการตบแต่งภายใน การเลือกและการเตรียมอาหาร การสัมมนาและการฝึกอบรมทางคหกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ในครอบครัว โภชนาการทั่วไป และวิชาการศึกษา มีการฝึกสอนในโรงเรียน ฝึกงานในสถานประกอบการต่างๆ
ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถเป็นครูคหกรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตร พัฒนากร งานบริการอาหารในสถาบัน ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม และเจ้าของกิจการในสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์เป็นต้น
2. ศศ.บ. (ศึกษาศาสตร์-พลศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับพื้นฐานการเคลื่อนไหว การป้องกันอุบัติเหตุทางกีฬา นันทนาการ เกม และการจัดค่ายพักแรม การวัดและการประเมินผลทางพลศึกษา การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การจัดการแข่งขัน และทักษะกีฬาประเภทต่างๆ
ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต มี 4 หลักสูตร
1. วท.บ. (ศึกษาศาสตร์-พลศึกษา) ศึกษาเกี่ยวกับพื้นฐานการเคลื่อนไหว วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวสรีรวิทยา การออกกำลังกาย การวัดและประเมินผลทางพลศึกษา การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การจัดการแข่งขันกีฬา และทักษะกีฬาประเภทต่างๆ ศึกษาศาสตร์-พลศึกษา ทั้ง 2 หลักสูตร มีการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในโรงเรียน การฝึกงานกิจกรรมค่ายพักแรม การเป็นผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่ทางกีฬาการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถเป็นครูพลศึกษา ผู้ฝึกสอนกีฬาทั้งในภาครัฐ และเอกชน หรือประกอบอาชีพส่วนตัว
2. วท.บ. (ศึกษาศาสตร์-เกษตร) ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาทางวิชาชีพแยกออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เป็นเนื้อหาทางด้านวิชาชีพครูซึ่งเรียนเกี่ยวกับวิธีการสอน การประเมินผล จิตวิทยาการศึกษา การวิจัยทางการศึกษา รวมถึงการฝึกปฏิบัติงานจริงในภาคสนาม อีกส่วนหนึ่งเป็นเนื้อหาทางด้านวิชาชีพเกษตรในสาขาต่างๆ เช่น สาขาพืชสวน พืชไร่ โรคพืช กีฏวิทยา ปฐมพีวิทยา และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทางการเกษตร
ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถเป็นครูเกษตร นักวิชาการเกษตร พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรืออาจสอบเข้าเป็นพนักงานบริษัทที่ทำธุรกิจทางการเกษตรและเกี่ยวข้อง นอกเหนือจากนี้บัณฑิตในสาขานี้ยังสามารถประกอบอาชีพอิสระของตนเองได้ด้วยความมั่นใจ
3. วท.บ. (วิทยาศาสตร์การกีฬา) เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตกระบี่ และวิทยาเขตสุพรรณบุรี เปิดสอนแบบภาคพิเศษ
4. วท.บ. (วิทยาศาสตร์การกีฬา) เปิดสอนที่สุพรรณบุรี
ปริญญาสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต
1. ส.บ. เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี
เปิดสอนแบบภาคพิเศษที่จังหวัดสุพรรณบุรี
ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี มี 7 หลักสูตร
1. สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ศษ.บ.(เกษตรศาสตร์ )
2. สาขาวิชาพลศึกษา ศษ.บ.(พลศึกษา )
3. สาขาวิชาคหกรรมศาสตรศึกษา ศษ.บ.(คหกรรมศาสตรศึกษา )
4. สาขาวิชาสุขศึกษา ศษ.บ.(สุขศึกษา)
5. สาขาวิชาธุรกิจศึกษา ศษ.บ.(ธุรกิจศึกษา)
6. สาขาวิชาการสอนคณิตศาสตร์ ศษ.บ.(คณิตศาสตร์)
7. สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์ ศษ.บ. (ชีววิทยา)หรือ(เคมี)หรือ(ฟิสิกส์)หรือ(วิทยาศาสตร์ทั่วไป)
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552
คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร
คณะศึกษาศาสตร์เริ่มเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2513 เป็นคณะวิชาลำดับที่ 6 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ในระยะก่อตั้งระหว่าง พ.ศ. 2513 - 2514 มีศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล (อธิการบดีของมหาวิทยาลัยศิลปากรในสมัยนั้น) เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งคณบดี ระยะแรกเปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิต วิชาเอก 4 สาขา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเปิดโรงเรียนสาธิต เพื่อประโยชน์สำหรับการฝึกสอนและฝึกปฏิบัติวิชาชีพของนักศึกษา
สาขาวิชาที่เปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิต
หลักสูตรการศึกษา 5 ปี
ศึกษาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาการประถมศึกษา
2. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
3. สาขาวิชาภาษาไทย
4. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
5. สาขาวิชาสังคมศึกษา
6. สาขาวิชาคณิตศาสตร์
7. สาขาวิชาเคมี
8. สาขาวิชาชีววิทยา
9. สาขาวิชาฟิสิกส์
10. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
หลักสูตรการศึกษา 4 ปี
ศึกษาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
2. สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีพ
ศิลปศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาจิตวิทยา
วิทยาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์
2. สาขาวิชาชีพครู
ระดับปริญญษมหาบัณฑิต
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
1. สาขาวิชาการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาต่อเนื่อง
2. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
3. สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ
4. สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ
5. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
6. สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
7. สาขาวิชาการสอนสังคม
8. สาขาวิชาพัฒนศึกษา
9. สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาพิเศษ
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
1. สาขาวิชาจิตวิทยาชุมชนระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
1. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
2. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต
1. สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนามนุษย์
สีประจำคณะ สีน้ำเงิน
การวิจัยและบริการทางวิชาการ
คณะศึกษาศาสตร์มีโครงการพิเศษเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทยด้วยวิธีพิเศษ (โครงการสืบสานภาษาไทย) เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุครบ 3 รอบ คณะศึกษาศาสตร์จัดให้มีการบริการทางวิชาการแก่สังคมในรูปแบบต่างๆ อาทิ การประชุม สัมมนา การอบรม การบรรยายพิเศษ ฯลฯ นอกจากนี้คณะศึกษาศาสตร์ยังมีการจัดการเรียนการสอนในลักษณะโครงการพิเศษ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
เว็บไซท์ http://www.educ.su.ac.th
สาขาวิชาที่เปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิต
หลักสูตรการศึกษา 5 ปี
ศึกษาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาการประถมศึกษา
2. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
3. สาขาวิชาภาษาไทย
4. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
5. สาขาวิชาสังคมศึกษา
6. สาขาวิชาคณิตศาสตร์
7. สาขาวิชาเคมี
8. สาขาวิชาชีววิทยา
9. สาขาวิชาฟิสิกส์
10. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
หลักสูตรการศึกษา 4 ปี
ศึกษาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
2. สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีพ
ศิลปศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาจิตวิทยา
วิทยาศาสตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์
2. สาขาวิชาชีพครู
ระดับปริญญษมหาบัณฑิต
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
1. สาขาวิชาการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาต่อเนื่อง
2. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
3. สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ
4. สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ
5. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
6. สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
7. สาขาวิชาการสอนสังคม
8. สาขาวิชาพัฒนศึกษา
9. สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาพิเศษ
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
1. สาขาวิชาจิตวิทยาชุมชนระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
1. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
2. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต
1. สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนามนุษย์
สีประจำคณะ สีน้ำเงิน
การวิจัยและบริการทางวิชาการ
คณะศึกษาศาสตร์มีโครงการพิเศษเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทยด้วยวิธีพิเศษ (โครงการสืบสานภาษาไทย) เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุครบ 3 รอบ คณะศึกษาศาสตร์จัดให้มีการบริการทางวิชาการแก่สังคมในรูปแบบต่างๆ อาทิ การประชุม สัมมนา การอบรม การบรรยายพิเศษ ฯลฯ นอกจากนี้คณะศึกษาศาสตร์ยังมีการจัดการเรียนการสอนในลักษณะโครงการพิเศษ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
เว็บไซท์ http://www.educ.su.ac.th
วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2552
เมนูหน้าร้อนค่ะ น่าทานมั่กๆ
^ สตอเบอร์รี่ราดซอสไวท์ชอคโกแลต
เสิร์ฟกับไอศครีมวานิลลาเป็นของหวานคู่ครัวของฉันเอง หน้าร้อน นึกอะไรไม่ออก จะทำเมนูนี้ทาน เพราะว่าทำง่ายมากๆ แล้วก็ว่าอร่อยด้วย เพื่อนติดใจไปหลายคนแล้ววิธีทำคือ ต้มวีปครีมให้เดือด ยกออกจากเตา จากนั้นก็หักชอคโกแลตขาวลงไปคนๆจนละลายเข้ากันดี ก็ขูดผิวมะนาวเป็นเส้นยาวๆลงไป เราก็ได้ซอสแล้วจากนั้นก็มาล้างและหั่นสตอเบอร์รี่ให้เรียบร้อย บีบมะนาวลงไปพอให้มีรสเปรี้ยวนิดหน่อย
เสิร์ฟกับไอศครีมวานิลลาเป็นของหวานคู่ครัวของฉันเอง หน้าร้อน นึกอะไรไม่ออก จะทำเมนูนี้ทาน เพราะว่าทำง่ายมากๆ แล้วก็ว่าอร่อยด้วย เพื่อนติดใจไปหลายคนแล้ววิธีทำคือ ต้มวีปครีมให้เดือด ยกออกจากเตา จากนั้นก็หักชอคโกแลตขาวลงไปคนๆจนละลายเข้ากันดี ก็ขูดผิวมะนาวเป็นเส้นยาวๆลงไป เราก็ได้ซอสแล้วจากนั้นก็มาล้างและหั่นสตอเบอร์รี่ให้เรียบร้อย บีบมะนาวลงไปพอให้มีรสเปรี้ยวนิดหน่อย
(ตามสูตรเดิมเขาผสมน้ำตาลด้วย)
วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2552
^ ^ ชะอำ


หาดชะอำจัดเป็นสถานที่ท่องเทียวชายทะเลที่มีชื่อเสียงของเมืองเพชรบุรีในปัจจุบันด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย หาดทรายยาวเหยียดที่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ มีที่พักและร้านอาหารมากมายหลายระดับให้เลือกตามอัธยาศัย ชะอำจึงเป็นจุดหมายปลายทางในหารตากอากาศของคนทุกระดับ ในช่วงเทศกาลวันหยุดบรรยากาศจึงค่อนข้างวุ่นวายสับสนเพราะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก ที่ตั้งและการเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรไปตาม ถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านพระนครคีรี อำเภอท่ายางแล้วเข้าแยกซ้ายมือที่ทางยกระดับบริเวณหุบกระพง (มีป้ายบอกชัดเจน) ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายมือเข้าชายหาดไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ประวัติ ชะอำเป็นแหล่งตากอากาศที่อยู่ใกล้กับหัวหินมากและมีความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกัน คือ ความรุ่งเรื่องเฟื่องฟูของหัวหินในฐานะเมืองตากอากาศชายทะเลของชนชั้นสูง เป็นสิ่งที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่นำโดย กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เริ่มแสวงหาแหล่งตากอากาศใหม่ที่มีความสงบและมีที่ว่างพอสำหรับการจับจองที่ดินชายหาดทะเล ชะอำซึ่งเป็นตำบลเล็กๆ ที่มีแต่หมู่บ้านชาวประมงจึงได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งผักผ่อนตากอากาศแห่งใหม่ อาณาเขตของชะอำส่วนที่พัฒนาโดยคณะกรรมการ อันที่กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงเป็นประธานร่วมด้วยกรมหมื่อนพิทยาลงกรณ์ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี และพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นอาทินั้น นับจากหมู่บ้านปากคลองชะอำไปจรดหมู่บ้านหนองแจงเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร เรียกว่าสหคามชะอำ มีการตัดถนนจากสถานีรถไฟมาจรดชายทะเลแล้วตัดถนนเลียบชายหาดจากปลายถนนนี้ออกไปทางซ้ายมือ (คือทิศเหนือ) จรดบ้านปากคลองชะอำ และทางขวามือ (คือทิศใต้) จรดบ้านหนองแจง ปัจจุบันตรงบริเวณสามแยกนี้เป็นที่ต้งของอนุสรณ์สถานกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และถนนสายที่ตัดจากสถานีรถไฟก็ชื่อว่า ถนนนราธิป เพื่อถวายพระเกียรติแด่อดีตผู้ใหญ่บ้านคนแรกของสหคามชะอำ สิ่งที่น่าสนใจ ชายหาดชะอำ ปัจจุบันมีบรรยากาศคล้ายคลึงกับหาดบางแสนในอดีต มีร้านค้าตลอดถนนเลียบชายหาดและโรงแรมที่พักต่างๆ มากมาย ส่วนบนหาดมีบริการเก้าอี้ผ้าใบและร่มกางหนาแน่นโดยตลอด รวมทั้งมีกิจกรรมทางน้ำ เช่น บานาน่าโบ๊ต เจ็ตสกี เป็นต้น สำหรับผู้ที่ต้องการความสงบควรไปเที่ยวชายหาดใกล้วัดเนรัญชราราม ที่ขึ้นปลาชาวบ้าน อยู่ที่ชายหาดระหว่าง ถนนหนองแจง กับบ้านพักปูนซีเมนต์ เป็นจุดเรือประมงขนาดเล็กของชาวบ้าน (เรือหางยาว) ซึ่งส่วนใหย๋เป็นเรือปูน้ำตื่นเข้าเทียบชายหาดเพื่อขนขึ้นฝั่ง วัดเนรัญธราราม อยู่ติดกับบ้านปากคลองชะอำ แต่เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์และได้รับการยกฐานะขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 นับเปนร่องรอยที่ทำให้เห็นถึงวันวานของหาดชะอำที่ถูกเรียกขานว่าฟองคลื่นศักดินาแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี สะพานปลา อยู่สุดชายหาดด้านเหนือใกล้กับวัดเนรัญธราราม มีเรือประมงจอดเรียงรายเป็นทัศนียภาพอันงดงามแปลกตา มีร้านอาหารอร่อย และของทะเลสดให้จับจ่ายได้ตามสะดวกตลอดวัน
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
Voyageur spatial
Un voyageur spatial est un membre de l’équipage d’un vaisseau spatial, c’est-à-dire d’un appareil conçu pour évoluer dans l’espace.Les femmes et les hommes qui voyagent dans l’espace (ou dans le cosmos) sont désignés différemment en fonction de la puissance pour laquelle ils travaillent : cosmonautes pour l'URSS puis la Russie, astronautes pour les États-Unis et le Canada, spationautes pour la France et taïkonautes pour la Chine. Youri Gagarine est le premier homme à avoir voyagé dans l’espace.
Si le millième membre d’équipage, Mark Polansky, s’est envolé le 10 décembre 2006, moins de 500 personnes différentes - au 1er janvier 2007 - sont parties dans l’espace depuis le début de la conquête de l’espace dans les années 1960.
Véhicule spatial

On entend par véhicule spatial ou astronef ou spationef, un véhicule permettant de se déplacer dans l'espace ou d'y accéder depuis la surface d'un corps céleste.Un véhicule spatial peut être habité ou inhabité, suivant s'il est ou non doté de systèmes permettant la survie d'êtres vivants (humains ou non) à son bord. Les véhicules spatiaux sont conçus pour une variété de missions qui peuvent inclure des communications, l'observation de la terre, la météorologie, la navigation, l'exploration planétaire, le tourisme spatial, ou des missions à caractère militaire (espionnage, défense ou attaque).Le terme véhicule spatial sert aussi à désigner les satellites artificiels.
Dans la science-fiction, les véhicules spatiaux sont souvent appelés vaisseaux spatiaux.
Dans la science-fiction, les véhicules spatiaux sont souvent appelés vaisseaux spatiaux.
ดาราศาสตร์
ดาราศาสตร์ คือวิชาวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวัตถุท้องฟ้า (อาทิ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวหาง และดาราจักร) รวมทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากนอกชั้นบรรยากาศของโลก โดยศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการ ลักษณะทางกายภาพ ทางเคมี ทางอุตุนิยมวิทยา และการเคลื่อนที่ของวัตถุท้องฟ้า ตลอดจนถึงการกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพดาราศาสตร์เป็นหนึ่งในสาขาของวิทยาศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุด นักดาราศาสตร์ในวัฒนธรรมโบราณสังเกตการณ์ดวงดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน และวัตถุทางดาราศาสตร์หลายอย่างก็ได้ถูกค้นพบเรื่อยมาตามยุคสมัย อย่างไรก็ตาม กล้องโทรทรรศน์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่จำเป็นก่อนที่จะมีการพัฒนามาเป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ตั้งแต่อดีตกาล ดาราศาสตร์ประกอบไปด้วยสาขาที่หลากหลายเช่น การวัดตำแหน่งดาว การเดินเรือดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์เชิงสังเกตการณ์ การสร้างปฏิทิน และรวมทั้งโหราศาสตร์ แต่ดาราศาสตร์ทุกวันนี้ถูกจัดว่ามีความหมายเหมือนกับฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ดาราศาสตร์ได้แบ่งออกเป็นสองสาขาได้แก่ ดาราศาสตร์เชิงสังเกตการณ์ และดาราศาสตร์เชิงทฤษฎี ดาราศาสตร์เชิงสังเกตการณ์จะให้ความสำคัญไปที่การเก็บและการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการใช้ความรู้ทางกายภาพเบื้องต้นเป็นหลัก ส่วนดาราศาสตร์เชิงทฤษฎีให้ความสำคัญไปที่การพัฒนาคอมพิวเตอร์หรือแบบจำลองเชิงวิเคราะห์ เพื่ออธิบายวัตถุท้องฟ้าและปรากฏการณ์ต่างๆ ทั้งสองสาขานี้เป็นองค์ประกอบซึ่งกันและกัน กล่าวคือ ดาราศาสตร์เชิงทฤษฎีใช้อธิบายผลจากการสังเกตการณ์ และดาราศาสตร์เชิงสังเกตการณ์ใช้ในการรับรองผลจากทางทฤษฎี
การค้นพบสิ่งต่างๆ ในเรื่องของดาราศาสตร์ที่เผยแพร่โดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นนั้นมีความสำคัญมาก และดาราศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในวิทยาศาสตร์จำนวนน้อยสาขาที่นักดาราศาสตร์สมัครเล่นยังคงมีบทบาท โดยเฉพาะการค้นพบหรือการสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว
ไม่ควรสับสนระหว่างดาราศาสตร์โบราณกับโหราศาสตร์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่นำเอาเหตุการณ์และพฤติกรรมของมนุษย์ไปเกี่ยวโยงกับตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า แม้ว่าทั้งดาราศาสตร์และโหราศาสตร์เกิดมาจากจุดร่วมเดียวกัน และมีส่วนหนึ่งของวิธีการศึกษาที่เหมือนกัน เช่นการบันทึกตำแหน่งดาว (ephemeris) แต่ทั้งสองอย่างก็แตกต่างกัน
ในปี ค.ศ. 2009 นี้เป็นการครบรอบ 400 ปีของการพิสูจน์แนวคิดเรื่องดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ของ นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส อันเป็นการพลิกคติและโค่นความเชื่อเก่าแก่เรื่องโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลของอริสโตเติลที่มีมาเนิ่นนาน โดยการใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ของกาลิเลโอซึ่งช่วยยืนยันแนวคิดของโคเปอร์นิคัส องค์การสหประชาชาติจึงได้ประกาศให้ปีนี้เป็นปีดาราศาสตร์สากล มีเป้าหมายเพื่อให้สาธารณชนได้มีส่วนร่วมและทำความเข้าใจกับดาราศาสตร์มากขึ้น
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ภาษาสเปน



ภาษาสเปน (อังกฤษ: Spanish, Castilian; สเปน: español, castellano) เป็นภาษาในกลุ่มภาษาไอบีเรียนโรมานซ์ หนึ่งในภาษาทางการ 6 ภาษาขององค์การสหประชาชาติ และภาษาที่มีผู้พูดเป็นภาษาแม่มากที่สุดในโลกรองจากภาษาจีนกลาง[15][16] รวมทั้งยังเป็นภาษาทางการขององค์การระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สำคัญอีกหลายองค์การอีกด้วย เช่น สหภาพยุโรป สหภาพแอฟริกา องค์การรัฐอเมริกา องค์การรัฐไอบีเรียอเมริกา ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ และสหภาพชาติอเมริกาใต้ เป็นต้น
มีผู้พูดภาษาสเปนเป็นภาษาที่หนึ่งและภาษาที่สองเป็นจำนวนระหว่าง 450[17]-500 ล้านคน[18] และอาจเป็นภาษาที่สองที่ใช้พูดกันมากที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจำนวนผู้ที่ใช้พูดเป็นภาษาที่หนึ่งและภาษาที่สองร่วมกัน[19] โดยเม็กซิโกเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้พูดภาษานี้มากที่สุด นอกจากนี้ ภาษาสเปนยังเป็นภาษาที่มีผู้เรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก[20] รองจากภาษาอังกฤษ มีผู้เรียนภาษานี้อย่างน้อย 17.8 ล้านคน[21] ขณะที่แหล่งข้อมูลบางแห่งกล่าวว่า มีผู้เรียนภาษานี้กว่า 46 ล้านคน[22] กระจายอยู่ใน 90 ประเทศ
ภาษาสเปนมีต้นกำเนิดจากภาษาละตินชาวบ้านที่พัฒนามาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 3 (เช่นเดียวกับภาษาอื่นในกลุ่มภาษาโรมานซ์) หลังจากจักรวรรดิโรมันล่มสลายลง ดินแดนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิต่างแยกไปอยู่ใต้การปกครองของชนกลุ่มต่าง ๆ กัน ภาษานี้จึงถูกตัดขาดออกจากภาษาถิ่นของภาษาละตินในดินแดนอื่น ๆ และมีวิวัฒนาการอย่างช้า ๆ จนเกิดเป็นภาษาละตินใหม่ต่างหากอีกภาษาหนึ่ง แต่เนื่องจากได้รับการเผยแพร่ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้เป็นเวลาที่ต่อเนื่องยาวนาน ภาษาสเปนจึงกลายเป็นภาษาละตินใหม่ที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในปัจจุบัน
มีผู้พูดภาษาสเปนเป็นภาษาที่หนึ่งและภาษาที่สองเป็นจำนวนระหว่าง 450[17]-500 ล้านคน[18] และอาจเป็นภาษาที่สองที่ใช้พูดกันมากที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจำนวนผู้ที่ใช้พูดเป็นภาษาที่หนึ่งและภาษาที่สองร่วมกัน[19] โดยเม็กซิโกเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้พูดภาษานี้มากที่สุด นอกจากนี้ ภาษาสเปนยังเป็นภาษาที่มีผู้เรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก[20] รองจากภาษาอังกฤษ มีผู้เรียนภาษานี้อย่างน้อย 17.8 ล้านคน[21] ขณะที่แหล่งข้อมูลบางแห่งกล่าวว่า มีผู้เรียนภาษานี้กว่า 46 ล้านคน[22] กระจายอยู่ใน 90 ประเทศ
ภาษาสเปนมีต้นกำเนิดจากภาษาละตินชาวบ้านที่พัฒนามาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 3 (เช่นเดียวกับภาษาอื่นในกลุ่มภาษาโรมานซ์) หลังจากจักรวรรดิโรมันล่มสลายลง ดินแดนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิต่างแยกไปอยู่ใต้การปกครองของชนกลุ่มต่าง ๆ กัน ภาษานี้จึงถูกตัดขาดออกจากภาษาถิ่นของภาษาละตินในดินแดนอื่น ๆ และมีวิวัฒนาการอย่างช้า ๆ จนเกิดเป็นภาษาละตินใหม่ต่างหากอีกภาษาหนึ่ง แต่เนื่องจากได้รับการเผยแพร่ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้เป็นเวลาที่ต่อเนื่องยาวนาน ภาษาสเปนจึงกลายเป็นภาษาละตินใหม่ที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในปัจจุบัน
วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก ได้แก่ ค้างคาวกิตติ (Craseonycteris Thonglongyai) ค้างคาวนับเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่สามารถบินได้ และมีระบบโซนาช่วยค้นหาทิศทางและสิ่งกีดขวางต่างๆ ตลอดเส้นทางที่บินไป รวมทั้งสื่อสารกับค้างคาวอื่นด้วย นับเป็นสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่มีในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก ได้แก่ ค้างคาวกิตติ (Craseonycteris Thonglongyai) ค้างคาวนับเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่สามารถบินได้ และมีระบบโซนาช่วยค้นหาทิศทางและสิ่งกีดขวางต่างๆ ตลอดเส้นทางที่บินไป รวมทั้งสื่อสารกับค้างคาวอื่นด้วย นับเป็นสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่มีในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ
ค้างคาวที่พบในประเทศไทยนั้นมีอยู่ทั้งสิ้น 10 วงศ์ 92 ชนิด มีทั้งที่กินผลไม้เป็นอาหารและกินแมลงเป็นอาหาร ชนิดที่ค้นพบใหม่ล่าสุดและเป็นที่ตื่นเต้นในบรรดานักสัตววิทยาของโลก คือ ค้างคาวกิตติ (Kitti's Hog-Nosed Bat) ซึ่งเป็นค้างคาวกินแมงวงศ์ใหม่ของโลกและมีเพียงชนิดเดียว ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ของไทยคือ คุณกิตติ ทองลงยา เมื่อปี พ.ศ. 2516 ที่ถ้ำแถบอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ค้างคาวชนิดนี้มีขนาดที่เล็กมากคือ มีน้ำหนักเพียง 2 กรัม ความกว้างช่วงปีก 160 มิลลิเมตร ซึ่งกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2529 ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก สถานภาพในปัจจุบันจัดว่าเป็นสัตว์ที่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติเป็นอันดับ 1 ในจำนวนสัตว์ 12 ชนิดทั่วโลกที่กำลังถูกคุกคามและใกล้จะสูญพันธุ์
ค้างคาวที่พบในประเทศไทยนั้นมีอยู่ทั้งสิ้น 10 วงศ์ 92 ชนิด มีทั้งที่กินผลไม้เป็นอาหารและกินแมลงเป็นอาหาร ชนิดที่ค้นพบใหม่ล่าสุดและเป็นที่ตื่นเต้นในบรรดานักสัตววิทยาของโลก คือ ค้างคาวกิตติ (Kitti's Hog-Nosed Bat) ซึ่งเป็นค้างคาวกินแมงวงศ์ใหม่ของโลกและมีเพียงชนิดเดียว ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ของไทยคือ คุณกิตติ ทองลงยา เมื่อปี พ.ศ. 2516 ที่ถ้ำแถบอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ค้างคาวชนิดนี้มีขนาดที่เล็กมากคือ มีน้ำหนักเพียง 2 กรัม ความกว้างช่วงปีก 160 มิลลิเมตร ซึ่งกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2529 ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก สถานภาพในปัจจุบันจัดว่าเป็นสัตว์ที่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติเป็นอันดับ 1 ในจำนวนสัตว์ 12 ชนิดทั่วโลกที่กำลังถูกคุกคามและใกล้จะสูญพันธุ์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











